แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ด่วน! กรมราชทัณฑ์เปิดสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 300 อัตรา

กรมราชทัณฑ์เปิดสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 300 อัตรา

กรมราชทัณฑ์ เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จำนวน 300 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2560

ประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน (งานควบคุมผู้ต้องขังชายและอื่นๆ)

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
ตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน (งานควบคุมผู้ต้องขังชายและอื่นๆ)
อัตราเงินเดือน 10,840-12,650 บาท ค่า พตร. 3,300-6,500บาท ค่าเวรๆละ 400-420บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 300 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
1. ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือ ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญา ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา
2. เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับ ปวท. อนุปริญญา ปวส. หรือที่สูงกว่า ของสำนักงาน ก.พ.
3. เป็นชายที่มีร่างกายแข็งแรง สูงไม่น้อยกว่า 165 ซม. และรอบอกไม่น้อยกว่า 80 ซม. แต่ถ้าขนาดของสัดส่วนใดสัดส่วนหนึ่งน้อยกว่ากำหนดไว้ไม่เกิน 2 ซม.ก็ให้ใช้ได้โดยอนุโลม เมื่อจำนวนรวม ไม่น้อยกว่า 245 ซม.

การรับสมัครสอบ
กรมราชทัณฑ์ เปิดรับสมัครสอบผ่านทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2560 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://correct.thaijobjob.com/

รายละเอียดเพิ่มเติม
 คลิก

ปล. สำหรับผู้ตั้งใจสมัครสอบฯ นอกจากเตรียมอ่านหนังสือแล้ว แนะนำให้เตรียมร่างกายเพื่อทดสอบวิ่งไปด้วยเลย เพราะถ้าจะมารอให้ผลสอบข้อเขียนผ่านแล้วค่อยซ้อม บอกเลย...ไม่ทันครับ ที่ผ่านมาเรียกทดสอบภายใน 1-2 สัปดาห์ เท่านั้น

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

เกณฑ์การพิจารณาเงินเดือนแรกเริ่มสำหรับข้าราชการราชทัณฑ์

เกณฑ์การพิจารณาเงินเดือนแรกเริ่มสำหรับข้าราชการราชทัณฑ์
เคยสงสัยไหมว่าเวลาประกาศสอบคัดเลือกรับข้าราชการ แต่ละหน่วยงานจะอ้างเงินเดือนแรกรับตาม อกพ.กระทรวง กำหนดเช่น
  • ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการ (งานควมคุมผู้ต้องขังชายและอื่นๆ) อัตราเงินเดือน 15000-16500บาท หรือตามอกพ.กระทรวงยุติธรรมกำหนด
  • ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงาน (งานควมคุมผู้ต้องขังชายและอื่นๆ) อัตราเงินเดือน 11500-12650บาท หรือตามอกพ.กระทรวงยุติธรรมกำหนด
ช่วงเงินเดือน 15000-16500 หรือ 11500-12650 นั้นมีที่มาจากเกณฑ์ที่พิจารณาหลักๆ 4 หลักด้วยกันประกอบด้วย

  1. เกณฑ์พิจารณาจากลำดับที่สอบได้ (เพราะฉนั้นสอบติดพร้อมกันแต่ลำดับต่างกันเงินเดือนจะไม่เท่ากัน)
  2. เกณฑ์พิจารณาจากคุณวุฒิการศึกษาระดับเดียวกันที่ใช้สมัครที่ไม่ใช่คุณวุฒิที่ประกอบการสมัคร เช่นมีวุฒิปริญญาตรีหลายใบ
  3. เกณฑ์พิจารณาจากประสบการณ์ทำงาน1ปีขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและออกเป็นหนังสือรับรองโดยผู้บังคับบัญชาหน่วยงานนั้นๆ
  4. เกณฑ์พิจารณาจากใบประกอบวิชาชีพและประกาศนียบัตรที่ใช้พิจารณาปัจจัยด้านความขาดแคลนสำหรับกลุ่มงานหลักของกรมราชทัณฑ์ เช่น ใบอนุญาติประกอบโรคศิลป์ ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประกาศนียบัตรบัณฑิตทุกสาขา หลักสูตรการฝึกอบรม รด. ฯลฯ
ส่วนเกณฑ์ความสำคัญทั้ง 4 หลักเกณฑ์แบ่งเท่าๆกันคือ เกณฑ์ละ 25%ของส่วนต่างระหว่าง 15000-16500 คือ 1500 ดังนั้นแต่ละเกณฑ์เท่ากับ 1500*25%= 375 บาท สำหรับตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการบรรจุใหม่

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

ภาค ค การสอบสัมภาษณ์ผู้คุม (50คะแนน)

การสอบสัมภาษณ์เหมือนจะง่ายแต่มีผลมากหากคะแนนสูสีกัน แม้มองดูจะไม่สำคัญเท่าไร แต่ความเป็นจริงมันเป็นด่านสำคัญพอสมควร เพราะตอนนี้เราคงไม่อาจไปแก้ไขคะแนนข้อเขียนได้อีกแล้ว ดังนั้นต้องมารักษาคะแนนส่วนนี้ไว้ให้ดีๆ เพราะหลักการให้คะแนน ในเบื้องต้นทุกคนจะมีคะแนนเริ่มต้นที่ 50 คะแนนเท่ากันหมด พอเริ่มสอบสัมภาษณ์เขาก็จะเริ่มตัดคะแนนเรา ใครถูกตัดน้อยที่สุดก็จะเป็นผู้ได้คะแนนดีที่สุด

 หลักการสอบสัมภาษณ์ มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
1. การแต่งกาย ผู้เข้าสอบจะต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย โดยเฉพาะสุภาพสตรีห้ามใส่รองเท้าแฟชั่น ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้น สรุปแล้วควรจะแต่งกายสะอาดเรียบร้อย ผู้ชายควรเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผูกเน็คไทสีดำหรือสีน้ำเงิน(คล้ายชุดนักศึกษา) ส่วนผู้หญิงใส่สูทได้จะดีและเน้นที่รองเท้าต้องหุ้มส้น และเรื่องทรงผมต้องตัดให้สุภาพเรียบร้อย ถ้าผมสั้นได้ก็จะดี เพราะข้าราชการกรมราชทัณฑ์คล้ายๆทหาร ตำรวจ ผู้ผ่านเข้าสัมภาษณ์จะแบ่งเป็นสามประเภท คือ 1. ข้าราชการ 2. พนักงานราชการ และ 3. บุคคลทั่วไป ประเภท 1และ 2 จะแต่งชุดข้าราชการและพนักงานราชการของกรมฯแน่นอน บุคคลภายนอกจึงต้องให้เนียบไว้ก่อน อีกอย่างเมื่อถึงเวลาเข้าสอบ ไม่ควรพกโทรศัพท์มือถือเข้าไปด้วย เพราะถ้าขณะสอบสัมภาษณ์มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาหรือมีการสั่นของโทรศัพท์ขึ้น จะมีปัญหาต่อการสอบสัมภาษณ์มาก


2. กิริยามารยาท เมื่อเดินเข้าไปสอบสัมภาษณ์ กรรมการจะเริ่มมองเรา เขาจะดูท่าทางการเดินและการแต่งกาย รวมไปถึงกิริยามารยาทว่าเรามีลักษณะอย่างไร ก่อนเข้าห้องจะมีเจ้าหน้าที่แจ้งให้เราปฎิบัติอย่างไรและพูดอย่างไร ให้เราจำและปฎิบัติตามนั้นให้ได้ เมื่อถึงโต๊ะกรรมการเราจะต้องยกมือไหว้(บุคคลทั่วไป) ทำความเคารพ(สำหรับข้าราขการและพนักงานราชการ)พร้อมกับกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ” ให้เสียงดังชัดเจน และเข้าจะเชิญเรานั่ง เราก็ต้องกล่าวคำขอบคุณและนั่งตัวตรงไม่เอาหลังพิงเก้าอี้ ยิ้มนิดๆ พร้อมรับการสอบสัมภาษณ์ หรืออีกกรณี คือ เมื่อยกมือไหว้กล่าวคำว่าสวัสดีแล้ว เขาอาจจะยังไม่เชิญเรานั่ง แล้วมองหน้าเราเฉยๆ เราต้องรีบรายงานตัวทันที กิริยามารยาทที่แสดงออกจะถูกนำไปบันทึกเพื่อให้คะแนนทั้งสิ้น คำกล่าวขอบคุณ คำกล่าวสวัสดี รวมไปถึงหางเสียงมีผลทั้งสิ้น

3. ท่วงทีวาจา มันเป็นเทคนิคการพูดของเราเอง ว่าเราเป็นคนพูดจาอย่างไร พูดเร็วไปไหม ช้าไปไหม เป็นคนพูดไปหันลอกแลกไหม เราจะต้องควบคุมจังหวะของตนเองให้ดี พูดจาด้วยเสียงที่ดังฟังชัด ไม่ขี้อาย ทักษะในการพูด การอธิบาย เราต้องฝึกให้เกิดความเคยชิน

4. ทัศนคติ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดเห็น เขาจะดูเราจากการตอบสัมภาษณ์ ว่าเรามีลักษณะพึงประสงค์ดังกล่าวไหม ดังนั้น เวลาตอบคำถามที่เขาให้แสดงความคิดเห็นเราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจให้ได้ ไม่ใช่ถามคำตอบคำ หรืออธิบายแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง

5. การตอบคำถาม เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ คำถามส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการถามประวัติส่วนตัวของเรา เราก็อธิบายตามความเป็นจริง แต่ที่สำคัญก็คือ ต้องคิดบวกเข้าไว้ และต้องเอาใจกรมที่เราจะสอบพอสมควร ความจริงเป็นอย่างไรเก็บไว้ก่อน แต่ตอนสัมภาษณ์ต้องตอบเอาใจกรม เพื่อให้เราเป็นที่น่าเอ็นดูของกรรมการ


***คำถาม – คำตอบ ในการสอบสัมภาษณ์***
1. เดิมทำงานอะไร ดีไหม ตอบ ทำงาน (เดิมที่เราทำอยู่)....... ดีครับ เป็นงานที่สนุกดีและก็เป็นงานที่ให้บทเรียนชีวิตมากมาย (เวลาพูดถึงงานเดิมต้องอย่าดูถูกงานเดิม ให้คิดบวกไว้ ตอบเป็นดีหมด ส่วนจะดีอย่างไรก็ตอบเอา)

2. งานเดิมก็ดีอยู่แล้ว ทำไมถึงมาสอบ ตอบ อยากทำงานที่มั่นคงครับ/ค่ะ (ถ้ารับราชการอยู่แล้วก็ให้ตอบว่า ต้องการความก้าวหน้า)

3. แล้วงานเดิมไม่มั่นคงอย่างไร ตอบ งานเดิมเป็นบริษัทเอกชน ซึ่งเขาถือเรื่องกำไร-ขาดทุน เป็นหลัก ต่อให้เราทำดีขนาดไหนถ้าเมื่อไรที่เขาขาดทุน ยังไงเขาก็ต้องปลดเราออก ผมจึงเรียกว่าความไม่มั่นคงครับ ส่วนงานราชการเป็นงานบริการหรือเป็นงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน ถ้าเราทำดียังไงเราก็อยู่ได้ จึงเรียกว่าความมั่นคง

4. ทำไมถึงอยากทำงานที่กรมราชทัณฑ์ ตอบ มีสาเหตุหลายประการ ประการที่

  1. ต้องการรับราชการเพื่อความมั่นคงของชีวิต และกรมราชทัณฑ์ก็เป็นงานราชทัณฑ์ ประการที่
  2. เมื่อได้รับราชการแล้วก็อยากรับราชการในกรมที่เปิดโอกาสให้เราเจริญก้าวหน้าได้อย่างไม่มีขีดจำกัด และก็ทราบว่ากรมราชทัณฑ์เป็นกรมที่เปิดโอกาสให้เราสอบเลื่อนวิทยฐานะได้ โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะจากการได้ยินข่าวบางกรมนอกจากความสามารถแล้วยังต้องมีผู้สนับสนุน แต่ผมไม่เคยได้ยินข่าวในทางลบแบบนี้ ออกจากกรมราชทัณฑ์ ประการที่
  3. จะรับราชการกรมไหนก็ต้องดูรายได้เป็นองค์ประกอบด้วย ผมทราบว่าในกรมราชทัณฑ์ถ้าเราขยันจะมีรายได้มากมายจากค่าเข้าเวร จึงนับว่า เป็นกรมที่น่าสนใจมากครับ มีทั้งค่าเสี่ยงภัย 2,000 บาท ค่าเข้าเวรปกติวันละ 400 บาท ค่าเข้าเวร เสาร์-อาทิตย์ วันละ 420 บาท รวมไปถึงเงินปันผลจากงานฝึกวิชาชีพอีก สรุปก็คือ ผมคิดว่าถ้าได้บรรจุในกรมราชทัณฑ์ จะทำให้ผมและครอบครัวอยู่ได้จากสวัสดิการต่างๆ ครับ ประการสุดท้าย ผมคิดว่า หากคิดจะทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผมว่าอยู่ในกรมราชทัณฑ์ได้ทำประโยชน์มากครับ เพราะว่าหากเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยให้ผู้ต้องขังสามารถกลับเข้าไปอยู่กับสังคมได้ ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยของประชาชนได้มากทีเดียว เพราะความร้ายกาจของคนคนหนึ่งจะส่งผลร้ายต่อประชาชนได้มากมาย ยกตัวอย่าง เช่น นาย ก. มีนิสัยชอบฆ่าข่มขืนผู้หญิง กว่าตำรวจจะจับนาย ก.ได้ จะมีเหยื่อได้รับผลร้ายจากการกระทำของนาย ก.มากมาย แต่ถ้าเราในฐานะที่เป็นข้าราชการกรมราชทัณฑ์ หากเราเปลี่ยนอุปนิสัยของนาย ก. ได้ ให้เขาทราบผลร้ายจากการกระทำจองเขา จนเขาสามารถยับยั้งอารมณ์ของตนเองได้ หลังจากเขากลับเข้ามาอยู่กับสังคมจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อคนที่จะตกเป็นเหยื่อของเขาได้มากมาย นี่คือการทำความดีที่ชาวกรมราชทัณฑ์สามารถทำได้ เพื่อการเป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

5. คุณทราบประกาศรับสมัครจากที่ไหน ตอบ จาก Internet ของกรมราชทัณฑ์ www.correct.go.th (ที่ต้องตอบแบบนี้ เพื่อให้เขาทราบว่าเราสนใจกรมราชทัณฑ์จริงๆ ถึงได้เข้าดู web site ของกรมราชทัณฑ์อยู่เรื่อยๆ)

6. ถ้าได้บรรจุอยากบรรจุเรือนจำไหน ตอบ ให้ตอบเรือนจำใกล้บ้าน เพื่อจะได้ดูแลพ่อแม่ได้ (แสดงถึงความเป็นลูกกตัญญู)

7. ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาหรือเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง

8. สังคมมองว่ากรมราชทัณฑ์อันตราย ยังอยากมาทำงานอยู่อีกเหรอ ตอบ นั่นเป็นภาพที่คนอื่นมอง แต่โดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าอันตราย อาชีพตำรวจ ทหาร น่าจะอันตรายกว่าซะอีก เพราะเขาต้องเผชิญกับกลุ่มคนที่มีอำนาจมีความพร้อมในการต่อสู้ แต่สำหรับกรมราชทัณฑ์ ผู้ต้องขังอาจจะร้ายก็จริง แต่เขาอยู่ในเรือนจำในสภาพที่เขาไม่เหมาะสมที่จะก่อเหตุร้าย จึงคิดว่าไม่น่าอันตราย อีกอย่างจากการศึกษางานราชทัณฑ์ ในอนาคต กรมราชทัณฑ์มีจุดมุ่งหมายปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง เพื่อการแก้ไขฟื้นฟู เลยคิดว่าเรือนจำไม่น่าจะมีอะไรต้องให้กดดัน เมื่อผู้ต้องขังได้รับการปฏิบัติที่ดี ก็ย่อมส่งผลถึงจิตใจของผู้ต้องขังเอง การคิดหลบหนี แหกหักก็คงไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเกิดขึ้นจริงเราก็พร้อมปฏิบัติตามหน้าที่โดยไม่รู้สึกกลัว

9. ข่าวของกรมราชทัณฑ์ที่ออกไปมักจะเป็นไปในทางลบ คุณเห็นข่าวอะไรบ้างเกี่ยวกับผู้ต้องขัง ตอบ ผู้ต้องขังสั่งซื้อสั่งขายยาเสพติดผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถ้าคนภายนอกมอง เขาจะคิดว่าการควบคุมของกรมด้วยประสิทธิภาพ ขนาดให้ผู้ต้องขังเอาโทรศัพท์ไปใช้ในเรือนจำได้ ซึ่งถ้ามองให้เป็นธรรม ข่าวแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะแม้กรมจะมีความพยายามในการป้องกันมากมายขนาดไหน แต่ผู้ต้องขังก็ยังคิดค้นหาวิธีส่งเข้ามาจนได้ จนต้องเรียกว่า “สงครามเทคโนโลยีในคุก” กรมต้องแก้ไขโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สกัดกั้น เช่น การใช้เครื่องตัดสัญญาณในบริเวณเรือนจำ เป็นต้น

10. จุดเด่นของคุณ คืออะไรบ้าง ตอบ เป็นคนขยัน อดทน มีความรับผิดชอบ และผมมีความรู้ความสามารถพิเศษ ดังนี้ครับ (ตอบตามความเป็นจริง เติมแต่งได้เท่าที่จำเป็น)

11. ได้สอบที่ไหนไว้บ้าง หรือขึ้นบัญชีที่ไหนไว้บ้าง ตอบ *** จุดประสงค์ที่เขาถามคำถามนี้ เขาจะดูว่าเรามีความสามารถขนาดไหน เพราะโดยปกติช่วงชีวิตของคนอยากรับราชการ จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาวิ่งตระเวนสอบ ถ้าคนไหนเก่งก็จะสอบติดไว้หลายที่ เราก็ต้องหยอดคำหวานว่าเราตั้งใจมากๆ กับการสอบนักทัณฑ์ แม้ว่าเราติดหลายที่ แต่สุดท้ายถ้าจะให้เลือก เราจะเลือกนักทัณฑ์ (ความเป็นจริงเป็นยังไงค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนสัมภาษณ์เราต้องเอาใจหน่วยงานที่สัมภาษณ์ไปก่อน)

12. หากได้เข้ารับราชการ แล้วไปเจอความแตกแยกในหน่วยงาน คุณจะทำอย่างไร ตอบ ในฐานะที่เราเป็นข้าราชการบรรจุใหม่ การที่ต้องเจอสภาพแบบนี้ เราเองคงไม่สามารถจะทำอะไรได้มาก นอกจากถ้าตัวเราสามารถจะช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเพื่อให้ความแตกแยกนั้นยุติลง และเราเองก็คงทำได้ด้วยการวางตัวเป็นกลาง หากมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าข่างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราก็จะยึดความถูกต้องเป็นหลัก

13. ถ้าไม่ได้บรรจุในที่ ที่ต้องการ จะขอย้ายเลยไหม ตอบ ไม่ย้ายครับ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาครับ

14. ถ้าไม่ได้บรรจุจะสอบใหม่ไหม ตอบ จะมาสอบในครั้งต่อไปให้ได้ครับ มีบทเรียนจากการสอบครั้งนี้แล้วคิดว่าครั้งหน้าคงได้บรรจุรอบแรกครับ

15. ถ้าเราเป็นผู้จัดการบริษัท และมีคนที่เคยถูกจำคุกมาสมัครงาน จะรับเขาเข้าทำงานไหม ตอบ ผมจะพิจารณาจากความคิดในปัจจุบันของเขา โดยไม่เอาอดีตมาเกี่ยวข้อง หากในปัจจุบันเขากลับใจและมีความคิดในปัจจุบันที่ดีก็รับ แต่ถ้าทดสอบดูแล้วความคิดเขายังไม่ได้รับการพัฒนา ก็คงรับไว้ไม่ได้ (โดยดูจากการสัมภาษณ์)

ภาค ข การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (200คะแนน)

ด่านเดียวและหินที่สุดในการผ่านเข้าไป สอบในภาค ค ของการสอบราชทัณฑ์ คือการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 200คะแนน ต้องได้ 60% ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธ์ผ่าน จากรอบที่ผ่านมาล่าสุดถือเป็นปีที่โหดพอสมควรเพราะ ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงานผ่านแค่ 66 คนเท่านั้น และตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการผ่านแค่ 257 คนเท่านั้น

รอบนี้นักทัณฑวิทยาปฎิบัติการรับ 72อัตรา เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงานรับ 1391อัตราเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยที่เป็นงานที่มีรายได้เสริมจากการเข้าเวรยาม ดังนั้นจะมีรายได้เพิ่มจากเงินเดือนมากเป็นอันดับต้นๆเมื่อเทียบกับข้าราขการประเภทอื่น ดังนั้นเมื่อรับเยอะคนสมัครก็ต้องเยอะตามไปด้วยเพราะคิดว่าโอกาสสอบติดมีเยอะ แต่อย่าประมาณ! ดูผู้ที่สอบผ่านในรอบที่ผ่านมาก่อน ถึงแม้กรมจะต้องการรับเยอะเพราะปัญหาคือกำลังไม่พอในปัจจุบัน แต่การสอบต้องผ่านการคัดกรองจาก กพ. และกรม ดังนั้นมาตรฐานการรับก็ยังคงมาตรฐานเดิมแน่นอนคือเน้นผู้ที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์เท่านั้น

การสอบแข่งขันไม่ได้แข่งกับผู้สมัครสอบ แต่เป็นการแข่งกับตัวเอง แข่งกับความเกียจคร้าน แข่งกับความสบาย แข่งกับความชอบสนุก แข่งกับความชอบเที่ยว ดังนั้นหากสอบไม่ผ่านมันไม่ได้เกี่ยวกับใคร เกี่ยวกับตัวของเราเองล้วนๆ คณะกรรมการออกข้อสอบก็รู้จุดนี้ดี ฉะนัั้นในรอบที่ผ่านมาเลยมีคนตกเยอะเพราะคิดว่าได้ข้อมูลแนวข้อสอบแบบเดิมๆมาแล้วรู้แนว คิดว่าจะออกแนวเดิม แต่ผิดคาดกันหมด ลักษณะข้อสอบจะต้องใช้ความเข้าใจในเนื้อหาที่จะออกสอบมากกว่าความจำ และจะต้องสามารถคิดวิเคราะห์ได้ด้วยเพราะมีจุดหลอกเกือบทุกข้อ

แนวข้อสอบจากเดิมที่เน้นให้เลือกตัวเลือก 4ตัวเลือกแบบทั่วๆไป ก็ปรับเป็นมีตัวเลือก 4ตัวเลือกเหมือนเดิมแต่ต้องเลือกจากข้อที่ถูกต้อง 2ข้อเกือบทุกข้อ เช่น

ข้อสอบแนวเดิม
1. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543 ขาราชการกรมราชทัณฑที่มีความจำเป็นตองพาอาวุธปนติดตัวไปเพื่อปฎิบัติหนี่้าที่จะตองไดรับอนุญาตจากผู้ใด?
ก. อธิบดี
ข. ผู้ว่าจังหว้ด
ค. พัสดี
ง. ผู้บัญชาการเรือนจำ

2. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543 การอนุญาติพาอาวุธปืนติดต้วไปมีระยะเวลากี่เดือน
ก. 6เดือน
ข. 4เดือน
ค. 3เดือน
ง. 1เดือน

ข้อสอบแนวใหม่
คำอธิบาย ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องโดยเลือกข้อที่สอดคล้องมากที่สุดต่อไปนี้
ก. ตัวเลือกที่ 1 และ 2ถูกต้อง
ข. ตัวเลือกที่ 1 และ 2ผิดทั้งคู่
ค. ตัวเลือกที่ 1ผิด ตัวเลือกที่ 2ถูกต้อง
ง. ต้วเลือกที่ 1ถูกต้อง ตัวเลือกที่2ผิด

1. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543ขาราชการกรมราชทัณฑที่มีความจำเป็นตองพาอาวุธปนติดตัวไปเพื่อปฎิบัติหนี่้าที่จะตองไดรับอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ การอนุญาติดังกลาวตองทําเปนหนังสือตามแบบทายกฎกระทรวงฯโดยมอบใหกับผูรับอนุญาตนําติดตัวไป
2. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543ขาราชการกรมราชทัณฑที่มีความจำเป็นตองพาอาวุธปนติดตัว เมื่อได้รับอนุญาติแล้วมีระยะเวลาพกพา 6เดือน

เห็นได้ว่าข้อสอบแนวใหม่ 1ข้อจะเทียบได้กับข้อสอบแนวเดิม 2ข้อ ดังนั้นองค์ความรู้ที่ใช้ทำข้อสอบจะต้องแม่นยำด้วยความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

จากการพูดคุยกับผู้ที่สอบผ่านส่วนมากจะใช้เวลาอ่านแต่ละเนื้อหาตามที่ กรมฯกำหนดนั้นประมาณ 5-10รอบต่อเนื้อหาเลยที่เดียว บางส่วนผ่านการติว(แต่ต้องอยู่ในเขตปริมณฑลหรือเมืองใหญ่ๆ และใช้ค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งต้องมีเวลาไปติวด้วย) ดังนั้นเพื่อนต่างจังหวัดจึงใช้การอ่านทำความเข้าใจเอง และหาดูคลิปติวผ่านยูทูป(ซึ่งเนื้อหาอาจเก่า แต่สามารถใช้ได้ดีพอสมควร) หลังจากอ่านพอเข้าใจบางแล้ว สิ่งสำคัญก็คือการหาแนวข้อสอบหรือข้อสอบเก่าๆมาทดลองทำให้ได้เยอะๆ เพื่อเช็คตัวเองว่าพร้อมมากแค่ไหน
***ระยะเวลาหลังจากกรมฯปิดรับสม้ครแล้ว จะใช้เวลาไม่นานเลยในการประกาศวันสอบ***ดังนั้นหากหวังจะผ่านให้ได้เราต้องรีบอ่านตั้งแต่วันนี้เลย

สำหรับบุคคลทั่วไปท่านจะมีเพื่อนร่วมสอบเป็น ข้าราชการที่จะสอบเปลี่ยนแท่ง พนักงานราชการราชทัณฑ์ ซึ่งคุ้นเคยกับกฎระเบียบบางส่วนอยู่แล้วไม่มากก็น้อย ฉนั้นถึงแม้จะแข่งกับตัวเอง แต่ถ้าได้คะแนนเยอะๆตุนไว้ก่อนก็จะมีผลดีต่อลำดับที่เรียกบรรจุและขอลงพื้นที่

ส่วนข้าราชการที่จะสอบเปลี่ยนแท่ง พนักงานราชการราชทัณฑ์ ก็อย่าประมาณเพราะพวกท่านมีเวลาน้อยเพราะต้องใช้เวลาเข้าเวรซะส่วนใหญ่




สำหรับเนื้อหาที่ต้องหาและศึกษานั้น
ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการและเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงานใช้เหมือนกันได้แก่
- ความรู้เกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์
- พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พศ. 2551
- พรบ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎกระทรวงทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
- พรบ.วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา  พ.ศ.2506
- พระราบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา
- พรบ.พระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดี พศ.2546
- พรบ.วินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พศ. 2482 และจรรยาบรรณข้าราชการราชทัณฑ์
- หลักการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
- เหตุการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์
- ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องกักขัง พ.ศ.2549

เฉพาะตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

รวมแรกรับรุ่นพี่ๆที่ผ่านมา

หลังจากสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในกรมราชทัณฑ์ ต้องเจอด่านหินอีกหนึ่งด่าน นั้นก็คือการเข้ารับการฝึกข้าราชการบรรจุใหม่ของกรมราชทัณฑ์ (แรกรับ)สามเดือนเต็ม และการฝึกงานตามเรือนจำมั่นคงสูงอีกสามเดือน เมื่อครบหกเดือนจึงจะได้รับการประเมินทดลองงานบรรจุเป็นข้าราชการเต็มตัว

การฝึกแรกรับ
เป็นการไปเข้าฝึกที่ศูนย์ฝึกของกรมราชทัณฑ์ซึ่งณปัจจุบันมีสองที่คือ ศูนย์ฝึกคลองไผ่จังหวัดนครราชสีมา และ ที่ลำปาง หลักสูตรก็เหมือนกัน ประกอบด้วย การฝึกเพื่อปรับสภาพร่างกายโดยศูนย์ฝึกรบพิเศษเป็นเวลาสองสัปดาห์ ต่อด้วยการฝึกยุทธวิธีกับตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษอีกสี่สัปดาห์ การเรียนวิชาเกี่ยวกับงานราชทัณฑ์อีกสี่สัปดาห์ฝึกงานตามเรือนจำอีกสามสัปดาห์ ปรับสภาพจิตใจด้วยการเข้าวัดปฎิบัติธรรมอีกหนึ่งสัปดาห์ และการทดสอบทั้งด่านวิชาการและปฎิบัติอีกหนึ่งสัปดาห์ วันสุดท้ายหลังจากประดับยศเรียบร้อยจะเป็นวันที่แต่ละคนจะทราบว่าได้ไปฝึกงานที่ไหน ซึ่งจะเป็นบททดสอบจริงอีกสามเดือนก่อนที่จะได้รับการประเมินว่าผ่านการทดลองงาน 6 เดือนหรือไม่ และผลของการปฎิบัติตั้งแต่วันแรกของการฝึกแรกรับจนถึงวันสุดท้ายของการฝึกงานหากผ่านจะต้องนำมาเป็นปัจจัยหลักในการเลือกที่ลง โดยจะเลือกได้สามเรือนจำหรือทัณฑสถาน แต่ต้องนำคะแนนที่ผ่านๆมา มาพิจารณาใครคะแนนดีก็เลือกก่อน ที่ผ่านมาคงไม่แปลกถ้าที่เลือกไว้ทั้งสามที่จะไม่ได้ แต่ไปได้ที่อื่นๆแทน นั้นก็เป็นเพราะมีคนอื่นๆเลือกไปแล้วและตำแหน่งว่างก็หมด

 ด้านล่างคือคลิปตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่ตัดเฉพาะที่สามารถลงสื่อได้ (ต้องขอขอบคุณรุ่นพี่ๆที่ได้อัปไว้ให้ดู)