แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ด่วน! กรมราชทัณฑ์เปิดสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 300 อัตรา

กรมราชทัณฑ์เปิดสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 300 อัตรา

กรมราชทัณฑ์ เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จำนวน 300 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2560

ประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน (งานควบคุมผู้ต้องขังชายและอื่นๆ)

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
ตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน (งานควบคุมผู้ต้องขังชายและอื่นๆ)
อัตราเงินเดือน 10,840-12,650 บาท ค่า พตร. 3,300-6,500บาท ค่าเวรๆละ 400-420บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 300 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
1. ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือ ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญา ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา
2. เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับ ปวท. อนุปริญญา ปวส. หรือที่สูงกว่า ของสำนักงาน ก.พ.
3. เป็นชายที่มีร่างกายแข็งแรง สูงไม่น้อยกว่า 165 ซม. และรอบอกไม่น้อยกว่า 80 ซม. แต่ถ้าขนาดของสัดส่วนใดสัดส่วนหนึ่งน้อยกว่ากำหนดไว้ไม่เกิน 2 ซม.ก็ให้ใช้ได้โดยอนุโลม เมื่อจำนวนรวม ไม่น้อยกว่า 245 ซม.

การรับสมัครสอบ
กรมราชทัณฑ์ เปิดรับสมัครสอบผ่านทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2560 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://correct.thaijobjob.com/

รายละเอียดเพิ่มเติม
 คลิก

ปล. สำหรับผู้ตั้งใจสมัครสอบฯ นอกจากเตรียมอ่านหนังสือแล้ว แนะนำให้เตรียมร่างกายเพื่อทดสอบวิ่งไปด้วยเลย เพราะถ้าจะมารอให้ผลสอบข้อเขียนผ่านแล้วค่อยซ้อม บอกเลย...ไม่ทันครับ ที่ผ่านมาเรียกทดสอบภายใน 1-2 สัปดาห์ เท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

Tip เล็กน้อยสำหรับทำข้อสอบ ภาค ข นักทัณฑวิทยาปฎิบัติการและเจ้าพนักงานราขทัณฑ์ปฎิบัติงาน

Tip เล็กน้อยต่อไปนี้หลายคนอาจทราบอยู่แล้ว แต่บางคนอาจยังไม่ทราบดังนั้นน่าจะพอมีประโยชน์อยู่บาง

Tip1 : ทำยังไงเมื่อเจอคำถามที่เราไม่รู้ หรือจำไม่ได้เลย


คำถาม หลักปรัชญาอาชญาวิทยาถือกำเนิดที่ประเทศอะไร
  1. อเมริกา
  2. อังกฤษ
  3. ฝรั่งเศส
  4. อิตาลี
ถ้าจำไม่ได้เลยจะทำยังไง
  • จากตัวเลือกมียุโรป3ประเทศ คำตอบน่าจะอยู่ในยุโรปแน่นอน
  • จากค.ศ.ที่ถือกำเนิดหลักอาชญาวิทยานั้นเป็นปีต้นๆของยุโรปดังนั้นน่าจะประเทศที่อยู่ใกล้กรีซ-โรมัน ก็เหลือฝรั่งเศสกับอิตาลี หากยังไม่รู้จะวิเคราะห์ต่อยังไง ก็เดาเอาอย่างน้อยก็เหลือโอกาส 50-50
  • แต่ถ้าทราบชื่อบิดาอาชญาวิทยา คือ ซีซาร์ ลอมโบโซ ก็ค่อนข้างชัวร์ว่าต้องเป็น ชาวโรมันเพราะชื่อซีซาร์ เหมือนๆในหนังฝรั่งเลย โรมัน=อิตาลี

ดังนั้นจากเวลาที่ให้ทำข้อสอบนั้น 2ช้่วโมง 30นาที นั้นเหลือเวลาเยอะแน่นอน ควรเว้นข้อที่ไม่มั่นใจและจำไม่ได้หรือไม่ได้อ่านเอาไว้สุดท้ายเพื่อมานั่งคิด ค่อยๆทบทวนความจำ หรือค่อยๆวิเคราะห์ใช้หลักความจริง หลักธรรมชาติ เพราะผู้ออกข้อสอบบางครั้งจะหลอกตัวเลือกไว้ ตัวหลอกนี้แหละที่มันไม่เป็นธรรมชาติ ฉนั้นหากพอเริ่มทำข้อสอบแล้วไม่มีข้อไหนเลยที่มั่นใจ อย่าเพิ่งตกใจเสียขวัญและอารมณ์เสีย เพราะถึงจะรีบเดาไปเราก็ต้องนั่งอยู่ในห้องสอบจนหมดเวลาอยู่ดี พึ่งระลึกเสมอว่าโอกาสที่กรมฯจะเปิดสอบนั้นไม่บ่อยเลย บางครั้งต้องรอเป็นปีๆจึงจะได้สอบ เราควรตั้งใจให้ดี


Tip 2 : เตรียมการไว้ล่วงหน้าว่าข้อสอบครั้งนี้ มีหัวข้อใดบ้าง จัดลำดับหัวข้อที่ตนเองถนัด พอได้รับข้อสอบ ให้รีบสกรีนหาหัวข้อที่ตนเองถนัดที่สุด และมั่นใจว่าทำได้ชัวร์ วงเลขหน้าข้อไว้ก่อนเลยแล้วไล่ทำให้หมดก่อนลงมือทำข้ออื่น ๆ

Tip 3 : กำหนดเวลาให้ตัวเองว่า ถ้าทำโจทย์แล้วไม่คืบหน้าจากเดิมเกิน 2 นาที หรือใช้เวลาทำ 5 นาทีแล้วยังไม่เห็นปลายทาง ให้เลิกทำทันที แล้วตัดสินใจมองหาข้ออื่นที่มีความเป็นไปได้ว่าจะทำถูกต้อง

Tip 4 : ศึกษาสถานที่ที่จัดสอบ การเดินทาง ระยะเวลาที่ใช้เดินทาง ให้ถี่ถ้วน หากอยู่ใกล้ก็ให้ทดลองไปจริงดูก่อนเพื่อให้รู้สถานที่จริงจะได้รู้ปัญหาต่างๆล่วงหน้าก่อน หรือหากอยู่ไกลต่างจังหวัดไปดูก่อนไม่ได้ และต้องเดินทางหลายต่อก็ให้มานอนค้างคืนใกล้ที่สอบเลย ส่วนใหญ่สถานที่สอบก็คงหนีไม่พ้น มหาวิทยาลัยรามคำแหง 1 จากหลายๆครั้งที่ผ่านมาจะสอบที่อาคารเวียงผาก็ใช้อินเตอร์เนตให้เป็นประโยชน์โดยดูแผนที่จาก google หรืออื่นๆก็ได้ ส่วนแผนที่ม.ราม1 นั้นก็มีให้ดูทั่วไปในเนต ดังนั้นศึกษาการเดินทางให้ดี และควรมาถึงก่อนสอบอย่างน้อย30นาที


Tip 5 : หากไม่มีเวลาทบทวนมาก การฟังเยอะๆก็มีประโยชน์มากพอสมควร (ในกรณีที่เราอ่านเนื้อหามาเยอะพอสมควรแล้ว) การฟังเพิ่มขึ้นจะช่วยให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้นและไม่ต้องพึ่งความจำมากนัก หลายคนจึงใช้วิธีพอใกล้สอบจะหาที่ติวช่วงสุดท้ายใกล้ๆบ้าน หรือจะมาพักใกล้ ม.รามเลยก็มีเพราะแถบหน้า ม.จะมีสถาบันติวคอร์ดระยะสุดท้ายมากอยู่แล้ว แต่สำหรับคนต่างจังหวัดหรือประเภทไม่มีเวลา และต้องใช้เวลาเดินทางไกลๆเพื่อเข้ามาสอบอาจเป็นเวลาที่ดีอีกแบบหนึ่งในการทบทวนสิ่งที่อ่านมา โดยให้หาไฟล์ออดิโอ หรือโหลดคิปติวจากยูทูปเก็บไว้ในมือถือหรืออะไรก็ได้ที่สามารถฟังได้ง่ายๆขณะเดินทางแทนการฟังเพลง โดยเฉพาะคลิปติวที่เกี่ยวกับ พรบ.พระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดี พศ.2546 และ พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พศ. 2551 นั้นมีมากมายในยูทูป สามารถเลือกโหลดมาฟังได้ จากการคุยกับผู้สอบผ่านหลายคน แนะนำคลิปติวของ actgroup ฟังแล้วเข้าใจง่าย






Tip 6 : ข้อสอบทุกรุ่นที่ผ่านๆมา จะต้องมีข้อที่เกี่ยวกับวันที่ประกาศใช้ พรบ., พรฎ, กฎกระทรวง หรือ ประกาศต่างๆ ดังนั้นต้องจำให้ครบทุกเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และ ระวัง วันที่แต่ละวันให้ดีอาจสับสนกันได้เช่น วันที่ตราไว้ วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา(ตั้งแต่วันที่ประกาศหรือวันถัดไป) วันที่ให้ไว้ วันที่มีผลบังคับใช้ ถ้าให้ดีก็ทำเป็นตารางสรุปไว้เลย มีแน่นอน

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

ภาค ข การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (200คะแนน)

ด่านเดียวและหินที่สุดในการผ่านเข้าไป สอบในภาค ค ของการสอบราชทัณฑ์ คือการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 200คะแนน ต้องได้ 60% ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธ์ผ่าน จากรอบที่ผ่านมาล่าสุดถือเป็นปีที่โหดพอสมควรเพราะ ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงานผ่านแค่ 66 คนเท่านั้น และตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการผ่านแค่ 257 คนเท่านั้น

รอบนี้นักทัณฑวิทยาปฎิบัติการรับ 72อัตรา เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงานรับ 1391อัตราเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยที่เป็นงานที่มีรายได้เสริมจากการเข้าเวรยาม ดังนั้นจะมีรายได้เพิ่มจากเงินเดือนมากเป็นอันดับต้นๆเมื่อเทียบกับข้าราขการประเภทอื่น ดังนั้นเมื่อรับเยอะคนสมัครก็ต้องเยอะตามไปด้วยเพราะคิดว่าโอกาสสอบติดมีเยอะ แต่อย่าประมาณ! ดูผู้ที่สอบผ่านในรอบที่ผ่านมาก่อน ถึงแม้กรมจะต้องการรับเยอะเพราะปัญหาคือกำลังไม่พอในปัจจุบัน แต่การสอบต้องผ่านการคัดกรองจาก กพ. และกรม ดังนั้นมาตรฐานการรับก็ยังคงมาตรฐานเดิมแน่นอนคือเน้นผู้ที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์เท่านั้น

การสอบแข่งขันไม่ได้แข่งกับผู้สมัครสอบ แต่เป็นการแข่งกับตัวเอง แข่งกับความเกียจคร้าน แข่งกับความสบาย แข่งกับความชอบสนุก แข่งกับความชอบเที่ยว ดังนั้นหากสอบไม่ผ่านมันไม่ได้เกี่ยวกับใคร เกี่ยวกับตัวของเราเองล้วนๆ คณะกรรมการออกข้อสอบก็รู้จุดนี้ดี ฉะนัั้นในรอบที่ผ่านมาเลยมีคนตกเยอะเพราะคิดว่าได้ข้อมูลแนวข้อสอบแบบเดิมๆมาแล้วรู้แนว คิดว่าจะออกแนวเดิม แต่ผิดคาดกันหมด ลักษณะข้อสอบจะต้องใช้ความเข้าใจในเนื้อหาที่จะออกสอบมากกว่าความจำ และจะต้องสามารถคิดวิเคราะห์ได้ด้วยเพราะมีจุดหลอกเกือบทุกข้อ

แนวข้อสอบจากเดิมที่เน้นให้เลือกตัวเลือก 4ตัวเลือกแบบทั่วๆไป ก็ปรับเป็นมีตัวเลือก 4ตัวเลือกเหมือนเดิมแต่ต้องเลือกจากข้อที่ถูกต้อง 2ข้อเกือบทุกข้อ เช่น

ข้อสอบแนวเดิม
1. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543 ขาราชการกรมราชทัณฑที่มีความจำเป็นตองพาอาวุธปนติดตัวไปเพื่อปฎิบัติหนี่้าที่จะตองไดรับอนุญาตจากผู้ใด?
ก. อธิบดี
ข. ผู้ว่าจังหว้ด
ค. พัสดี
ง. ผู้บัญชาการเรือนจำ

2. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543 การอนุญาติพาอาวุธปืนติดต้วไปมีระยะเวลากี่เดือน
ก. 6เดือน
ข. 4เดือน
ค. 3เดือน
ง. 1เดือน

ข้อสอบแนวใหม่
คำอธิบาย ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องโดยเลือกข้อที่สอดคล้องมากที่สุดต่อไปนี้
ก. ตัวเลือกที่ 1 และ 2ถูกต้อง
ข. ตัวเลือกที่ 1 และ 2ผิดทั้งคู่
ค. ตัวเลือกที่ 1ผิด ตัวเลือกที่ 2ถูกต้อง
ง. ต้วเลือกที่ 1ถูกต้อง ตัวเลือกที่2ผิด

1. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543ขาราชการกรมราชทัณฑที่มีความจำเป็นตองพาอาวุธปนติดตัวไปเพื่อปฎิบัติหนี่้าที่จะตองไดรับอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ การอนุญาติดังกลาวตองทําเปนหนังสือตามแบบทายกฎกระทรวงฯโดยมอบใหกับผูรับอนุญาตนําติดตัวไป
2. จากระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2543ขาราชการกรมราชทัณฑที่มีความจำเป็นตองพาอาวุธปนติดตัว เมื่อได้รับอนุญาติแล้วมีระยะเวลาพกพา 6เดือน

เห็นได้ว่าข้อสอบแนวใหม่ 1ข้อจะเทียบได้กับข้อสอบแนวเดิม 2ข้อ ดังนั้นองค์ความรู้ที่ใช้ทำข้อสอบจะต้องแม่นยำด้วยความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

จากการพูดคุยกับผู้ที่สอบผ่านส่วนมากจะใช้เวลาอ่านแต่ละเนื้อหาตามที่ กรมฯกำหนดนั้นประมาณ 5-10รอบต่อเนื้อหาเลยที่เดียว บางส่วนผ่านการติว(แต่ต้องอยู่ในเขตปริมณฑลหรือเมืองใหญ่ๆ และใช้ค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งต้องมีเวลาไปติวด้วย) ดังนั้นเพื่อนต่างจังหวัดจึงใช้การอ่านทำความเข้าใจเอง และหาดูคลิปติวผ่านยูทูป(ซึ่งเนื้อหาอาจเก่า แต่สามารถใช้ได้ดีพอสมควร) หลังจากอ่านพอเข้าใจบางแล้ว สิ่งสำคัญก็คือการหาแนวข้อสอบหรือข้อสอบเก่าๆมาทดลองทำให้ได้เยอะๆ เพื่อเช็คตัวเองว่าพร้อมมากแค่ไหน
***ระยะเวลาหลังจากกรมฯปิดรับสม้ครแล้ว จะใช้เวลาไม่นานเลยในการประกาศวันสอบ***ดังนั้นหากหวังจะผ่านให้ได้เราต้องรีบอ่านตั้งแต่วันนี้เลย

สำหรับบุคคลทั่วไปท่านจะมีเพื่อนร่วมสอบเป็น ข้าราชการที่จะสอบเปลี่ยนแท่ง พนักงานราชการราชทัณฑ์ ซึ่งคุ้นเคยกับกฎระเบียบบางส่วนอยู่แล้วไม่มากก็น้อย ฉนั้นถึงแม้จะแข่งกับตัวเอง แต่ถ้าได้คะแนนเยอะๆตุนไว้ก่อนก็จะมีผลดีต่อลำดับที่เรียกบรรจุและขอลงพื้นที่

ส่วนข้าราชการที่จะสอบเปลี่ยนแท่ง พนักงานราชการราชทัณฑ์ ก็อย่าประมาณเพราะพวกท่านมีเวลาน้อยเพราะต้องใช้เวลาเข้าเวรซะส่วนใหญ่




สำหรับเนื้อหาที่ต้องหาและศึกษานั้น
ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการและเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฎิบัติงานใช้เหมือนกันได้แก่
- ความรู้เกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์
- พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พศ. 2551
- พรบ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎกระทรวงทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
- พรบ.วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา  พ.ศ.2506
- พระราบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา
- พรบ.พระราชกฤษฎีกาบ้านเมืองที่ดี พศ.2546
- พรบ.วินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พศ. 2482 และจรรยาบรรณข้าราชการราชทัณฑ์
- หลักการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
- เหตุการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์
- ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องกักขัง พ.ศ.2549

เฉพาะตำแหน่งนักทัณฑวิทยาปฎิบัติการ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

รวมแรกรับรุ่นพี่ๆที่ผ่านมา

หลังจากสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในกรมราชทัณฑ์ ต้องเจอด่านหินอีกหนึ่งด่าน นั้นก็คือการเข้ารับการฝึกข้าราชการบรรจุใหม่ของกรมราชทัณฑ์ (แรกรับ)สามเดือนเต็ม และการฝึกงานตามเรือนจำมั่นคงสูงอีกสามเดือน เมื่อครบหกเดือนจึงจะได้รับการประเมินทดลองงานบรรจุเป็นข้าราชการเต็มตัว

การฝึกแรกรับ
เป็นการไปเข้าฝึกที่ศูนย์ฝึกของกรมราชทัณฑ์ซึ่งณปัจจุบันมีสองที่คือ ศูนย์ฝึกคลองไผ่จังหวัดนครราชสีมา และ ที่ลำปาง หลักสูตรก็เหมือนกัน ประกอบด้วย การฝึกเพื่อปรับสภาพร่างกายโดยศูนย์ฝึกรบพิเศษเป็นเวลาสองสัปดาห์ ต่อด้วยการฝึกยุทธวิธีกับตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษอีกสี่สัปดาห์ การเรียนวิชาเกี่ยวกับงานราชทัณฑ์อีกสี่สัปดาห์ฝึกงานตามเรือนจำอีกสามสัปดาห์ ปรับสภาพจิตใจด้วยการเข้าวัดปฎิบัติธรรมอีกหนึ่งสัปดาห์ และการทดสอบทั้งด่านวิชาการและปฎิบัติอีกหนึ่งสัปดาห์ วันสุดท้ายหลังจากประดับยศเรียบร้อยจะเป็นวันที่แต่ละคนจะทราบว่าได้ไปฝึกงานที่ไหน ซึ่งจะเป็นบททดสอบจริงอีกสามเดือนก่อนที่จะได้รับการประเมินว่าผ่านการทดลองงาน 6 เดือนหรือไม่ และผลของการปฎิบัติตั้งแต่วันแรกของการฝึกแรกรับจนถึงวันสุดท้ายของการฝึกงานหากผ่านจะต้องนำมาเป็นปัจจัยหลักในการเลือกที่ลง โดยจะเลือกได้สามเรือนจำหรือทัณฑสถาน แต่ต้องนำคะแนนที่ผ่านๆมา มาพิจารณาใครคะแนนดีก็เลือกก่อน ที่ผ่านมาคงไม่แปลกถ้าที่เลือกไว้ทั้งสามที่จะไม่ได้ แต่ไปได้ที่อื่นๆแทน นั้นก็เป็นเพราะมีคนอื่นๆเลือกไปแล้วและตำแหน่งว่างก็หมด

 ด้านล่างคือคลิปตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่ตัดเฉพาะที่สามารถลงสื่อได้ (ต้องขอขอบคุณรุ่นพี่ๆที่ได้อัปไว้ให้ดู)